ประวัติ เวสลีย์ สไนเดอร์ (Wesley Sneijder) จอมทัพอัจฉริยะ
เวสลีย์ สไนเดอร์ คือหนึ่งใน กองกลางตัวรุกที่เก่งที่สุด ของยุค 2000s นักเตะชาวดัตช์ร่างเล็ก แต่เปี่ยมไปด้วยมันสมองฟุตบอล วิสัยทัศน์ระดับอัจฉริยะ และลูกยิงไกลที่เฉียบคม จากเด็กปั้นอายักซ์ สู่การเป็นหัวใจสำคัญของอินเตอร์ มิลาน ชุดทริปเปิ้ลแชมป์ และผู้นำทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในฟุตบอลโลก 2010 ชีวิตค้าแข้งของเขาเต็มไปด้วยความสำเร็จ คำชื่นชม และหนึ่งใน “ความอยุติธรรมของโลกฟุตบอล” ที่แฟนบอลยังพูดถึงจนถึงวันนี้
ข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้นของ เวสลีย์ สไนเดอร์
ชื่อเต็ม: เวสลีย์ สไนเดอร์ (Wesley Sneijder)
วันเกิด: 9 มิถุนายน ค.ศ. 1984
สถานที่เกิด: เมืองอูเทรคต์ ประเทศเนเธอร์แลนด์
ส่วนสูง: 170 เซนติเมตร
ตำแหน่ง: กองกลางตัวรุก / เพลย์เมกเกอร์
ฉายา: เดอะ สไนเปอร์ (The Sniper)
เส้นทางลูกหนังและจุดเริ่มต้นอาชีพของ เวสลีย์ สไนเดอร์
สไนเดอร์เข้าสู่ระบบเยาวชนระดับตำนานของ อายักซ์ อัมสเตอร์ดัม ตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ ที่ศูนย์ฝึก “De Toekomst” อันเลื่องชื่อ เขาค่อย ๆ พัฒนาฝีเท้าจนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2002
แม้จะมีรูปร่างไม่สูงใหญ่ แต่สไนเดอร์โดดเด่นด้วยการอ่านเกม ความแม่นยำในการจ่ายบอล และลูกยิงไกลอันทรงพลัง เขากลายเป็นแกนหลักในแดนกลางของอายักซ์ พาทีมคว้าแชมป์เอเรดิวิซี่และดัตช์ คัพ พร้อมสร้างชื่อในฐานะเพลย์เมกเกอร์อนาคตไกลของยุโรป
ก้าวสู่เรอัล มาดริด บททดสอบในเวทีระดับโลก
ปี 2007 สไนเดอร์ย้ายสู่ เรอัล มาดริด หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เขามีส่วนช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลา ลีกา ได้ทันทีในฤดูกาลแรก และแสดงให้เห็นถึงคุณภาพในเกมระดับสูง
อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บและการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายในสโมสร ทำให้เส้นทางของเขากับราชันชุดขาวไม่ยืนยาวนัก สไนเดอร์ต้องเก็บความผิดหวังไว้เป็นแรงผลักดัน และการย้ายทีมครั้งต่อไป กลับกลายเป็นการตัดสินใจที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
จุดสูงสุดในชีวิตลูกหนังกับ อินเตอร์ มิลาน ของ เวสลีย์ สไนเดอร์
ปี 2009 สไนเดอร์ย้ายมาอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ และที่นี่เอง เขาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ จนถูกยกให้เป็น “จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย” ที่ทำให้อินเตอร์สมบูรณ์แบบ
ฤดูกาล 2009/10 คือปีทองของสไนเดอร์ เขาเป็นศูนย์กลางเกมรุก พาทีมคว้า
- แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา
- แชมป์โคปปา อิตาเลีย
- แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
สไนเดอร์มีส่วนสำคัญในทุกเกมใหญ่ โดยเฉพาะการแอสซิสต์ในรอบชิงชนะเลิศ UCL ฟอร์มของเขาในปีนั้นถูกยกย่องว่า “สมบูรณ์แบบ” และทำให้แฟนบอลจำนวนมากเชื่อว่า เขาควรได้รางวัลบัลลงดอร์
ตำนานทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และความเจ็บปวดในฟุตบอลโลก 2010
ไนเดอร์รับใช้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยจำนวน 134 นัด เขาเป็นผู้นำ “อัศวินสีส้ม” ในฟุตบอลโลก 2010 ยิงไปถึง 5 ประตู พาทีมทะลุเข้าชิงชนะเลิศ ก่อนพ่ายให้กับสเปนในช่วงต่อเวลา
เขาคว้ารางวัล Silver Ball และ Bronze Boot แต่สิ่งที่โลกฟุตบอลจดจำคือ การพลาดรางวัลบัลลงดอร์อย่างค้านสายตา ทั้งที่ผลงานระดับสโมสรและทีมชาติยอดเยี่ยมแทบทุกมิติ จนกลายเป็นหนึ่งในประเด็นถกเถียงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล
สไตล์การเล่นของ เวสลีย์ สไนเดอร์ เพลย์เมกเกอร์สมองเพชรคง
สไนเดอร์คือจอมทัพที่ครบเครื่อง เล่นได้ทั้งสองเท้า จ่ายบอลคมกริบ ยิงไกลหนักหน่วง และเชี่ยวชาญลูกตั้งเตะ เขาอาจไม่ใช่นักเตะที่หวือหวาเรื่องสปีด แต่ทุกจังหวะของเขาเต็มไปด้วยความหมาย และสามารถเปลี่ยนเกมได้ในพริบตา
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม: ข้อมูลนักฟุตบอล






