ประวัติ เวย์น รูนีย์ (Wayne Rooney) ตำนานกองหน้าสุกรโลกันต์

        เวย์น รูนีย์ คือหนึ่งในนักฟุตบอลชาวอังกฤษที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน ทุ่มเทเกินร้อย และความเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ จากเด็กหนุ่มย่านแรงงานเมืองลิเวอร์พูล สู่การเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ ชีวิตของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีทั้งช่วงรุ่งโรจน์ ถูกวิจารณ์ ฟอร์มตก และแรงกดดันมหาศาล แต่รูนีย์ไม่เคยหนี เขาเลือกเผชิญหน้า และทิ้งตำนานไว้ให้โลกฟุตบอลจดจำ

ประวัติ เวย์น รูนีย์

ข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้นของ เวย์น รูนีย์

ชื่อเต็ม: เวย์น มาร์ค รูนีย์ (Wayne Mark Rooney)
วันเกิด: 24 ตุลาคม ค.ศ. 1985
สถานที่เกิด: เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ
ส่วนสูง: 176 เซนติเมตร
ตำแหน่ง: กองหน้า / กองกลางตัวรุก
ฉายา: วัสซ่า (Wazza)

เส้นทางลูกหนังและจุดเริ่มต้นอาชีพของ เวย์น รูนีย์

รูนีย์เติบโตในย่านคร็อกซ์เทธ เมืองลิเวอร์พูล และเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับอะคาเดมีของ เอฟเวอร์ตัน สโมสรที่เขารักมาตั้งแต่เด็ก ด้วยพรสวรรค์เกินวัย ความดุดัน และความมั่นใจ เขาก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2002 เมื่อรูนีย์ยิงประตูสุดสวยใส่ อาร์เซนอล แชมป์ไร้พ่ายในขณะนั้น ประตูเดียวลูกนั้นทำให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงไปทั่วโลก และถูกยกให้เป็น “วันเดอร์คิด” ที่น่าจับตามองที่สุดของอังกฤษในยุคนั้น

รูนีย์เป็นนักเตะประเภทครบเครื่อง เล่นได้หลายตำแหน่ง มีพละกำลัง ความเร็ว เทคนิค และหัวใจนักสู้เกินตัว เขาไม่ได้เป็นแค่ดาวรุ่ง แต่เป็นนักเตะที่พร้อมแบกทีมตั้งแต่อายุยังน้อย

ก้าวสู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดีลที่เปลี่ยนชีวิตและหน้าประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

ในปี 2004 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจทุ่มเงินคว้าตัวรูนีย์มาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวมหาศาลในเวลานั้น การย้ายทีมครั้งนี้มาพร้อมแรงกดดันระดับประเทศ แต่รูนีย์พิสูจน์ตัวเองตั้งแต่นัดแรก ด้วยแฮตทริกในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ตลอดระยะเวลา 13 ปีในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เขากลายเป็นหัวใจของทีม เป็นทั้งกองหน้า เพลย์เมกเกอร์ และผู้นำในสนาม คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2007 – 08 ก่อนจะสร้างสถิติสำคัญ ยิงไปถึง 253 ประตู กลายเป็น ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร แซงหน้าตำนานอย่าง เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน

รูนีย์ก้าวสู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ช่วงชีวิตที่ถูกวิจารณ์ ฟอร์มตก และการพิสูจน์ตัวเองของ เวย์น รูนีย์

ในช่วงท้ายของการค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รูนีย์เริ่มเผชิญเสียงวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่น ความเร็วที่ลดลง และสภาพร่างกาย เขาถูกตั้งคำถามว่า “หมดแล้วหรือยัง” แต่เขาเลือกปรับบทบาท ถอยลงมาเล่นเป็นกองกลาง ช่วยทีมในมิติอื่น และยังคงเป็นผู้นำที่เพื่อนร่วมทีมเคารพ

หลังอำลาปีศาจแดง รูนีย์กลับไปเล่นให้ เอฟเวอร์ตัน ก่อนจะออกผจญภัยในเมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกา กับ ดีซี ยูไนเต็ด และปิดฉากอาชีพนักเตะกับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในบทบาทผู้เล่น-ผู้จัดการทีม ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและความรักในฟุตบอลอย่างแท้จริง

ความสำเร็จในนาม ทีมชาติอังกฤษของ เวย์น รูนีย์

ความสำเร็จในนาม ทีมชาติอังกฤษของ เวย์น รูนีย์

รูนีย์ติดทีมชาติอังกฤษตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี และเป็นกำลังหลักของทีมชาติยาวนานกว่าทศวรรษ เขาลงเล่นให้ทีมชาติไปทั้งหมด 120 นัด ยิงได้ 53 ประตู เคยครองสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสิงโตคำราม ก่อนจะถูก แฮร์รี่ เคน ทำลายสถิติในภายหลัง

เขาผ่านศึกใหญ่ทั้งฟุตบอลโลกและยูโรหลายสมัย เป็นนักเตะที่แบกความหวังของชาติไว้บนบ่า และเป็นหนึ่งในนักเตะอังกฤษที่แฟนบอลทั้งรัก ทั้งคาดหวัง และทั้งวิจารณ์มากที่สุดตลอดกาล

ชีวิตหลังแขวนสตั๊ดและบทบาทปัจจุบันของ เวย์น รูนีย์

หลังเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ รูนีย์ผันตัวสู่เส้นทางผู้จัดการทีมเต็มตัว ผ่านประสบการณ์คุมทีมทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา แม้เส้นทางกุนซือจะไม่ราบรื่นเหมือนอาชีพนักเตะ แต่เขาได้รับคำชมในเรื่องความทุ่มเท ความจริงใจ และความกล้าเผชิญปัญหา

ปัจจุบัน รูนีย์ยังคงโลดแล่นในวงการฟุตบอล ในบทบาทกูรูและนักวิเคราะห์เกมให้กับสื่อชั้นนำ รวมถึงการทำพอดแคสต์ที่พูดตรง วิเคราะห์จริง และได้รับความนิยมจากแฟนบอลทั่วโลก

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม: ประวัตินักบอล